หน้าหลัก | ไอที | 'เอไอเอส' ยันความพร้อม ป้องกันเครือข่ายจากน้ำท่วม

'เอไอเอส' ยันความพร้อม ป้องกันเครือข่ายจากน้ำท่วม

โดย
ขนาดอักษร: Decrease font Enlarge font
'เอไอเอส' ยันความพร้อม ป้องกันเครือข่ายจากน้ำท่วม

เอไอเอส จัดมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือหน่วยงานและลูกค้า ยืนยันพร้อมดูแลเครือข่ายในสถานการณ์น้ำท่วม เผยการใช้งานวอยซ์และดาต้าพุ่ง 70% โดยเฉพาะพื้นที่ภัยพิบัติ..

นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวถึงแผนการดูแลเครือข่ายในสถานการณ์อุทกภัยว่า ในช่วงภัยพิบัติทั้งจากภัยธรรมชาติและเหตุอื่นๆ ความต้องการสื่อสารเพื่อขอความช่วยเหลือและแจ้งข่าวผ่านโครงข่ายสื่อสารที่ มีความเสถียรและพร้อมเป็นสื่อกลางนั้นมีความสำคัญอย่างมาก โดยเหตุอุทกภัยในครั้งนี้มีปริมาณการใช้งานเสียง (วอยซ์) และข้อมูล (ดาต้า) เพิ่มขึ้นถึง 70% โดยเฉพาะในพื้นที่ภัยพิบัติ

นายวิเชียร กล่าวอีกว่า บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของระบบสื่อสารท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัย ทั้งนี้ได้ทุ่มเทกำลังคนและโซลูชั่นต่างๆ เพื่อเป็นช่องทางส่งมอบความช่วยเหลือ รวมถึงการป้องกันเครือข่ายและเตรียมการรองรับหากอุทกภัยส่งผลกระทบต่อชุมสาย และสถานีฐาน โดยมีมาตรการหลัก ได้แก่ 1.เตรียมการป้องกันสถานีฐานและชุมสายที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม โดยการยกระดับความสูงของอุปกรณ์ ตู้คอนเทนเนอร์ การวางแนวกระสอบทรายและกำแพงกั้นน้ำ 2.เตรียมระบบไฟสำรอง น้ำมันและการส่งกำลังบำรุง เพื่อให้ชุมสายยังคงให้บริการได้ตามปกติ ในกรณีที่มีการตัดไฟจากการไฟฟ้า 3.เตรียมแผน Business Continuity Planning ในการปรับทราฟฟิกการสื่อสารไปยังชุมสายอื่นให้สามารถรองรับและใช้งานแทนได้ ทันที กรณีหากชุมสายแห่งนั้นไม่สามารถป้องกันน้ำเข้าในพื้นที่ได้ 4.เตรียมสถานที่สำรอง ในกรณีเข้าปฏิบัติงานที่ศูนย์กลางการบริหารเครือข่ายส่วนกลางไม่ได้ เพื่อให้วิศวกรสามารถดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง และประสานกับผู้ผลิตอุปกรณ์ เตรียมความพร้อมอุปกรณ์และสำรอง เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที

โดยแผนงานดังกล่าวเป็นแผน รองรับกรณีฉุกเฉิน ซึ่งบริษัทมีการซักซ้อมสม่ำเสมอและปฏิบัติจริงแล้วในช่วงภัยพิบัติที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม อุทกภัยครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบในพื้นที่ต่างจังหวัด อาทิ อุตรดิตถ์ , ลพบุรี , อยุธยา ฯลฯ ซึ่งผลกระทบหลักต่อเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในกรณีน้ำท่วมจะเกิดจากสาเหตุหลักเพียงประการเดียวคือ การตัดกระแสไฟจากการไฟฟ้าเพื่อป้องกันอันตรายแก่ประชาชน ส่วนความเสียหายของอุปกรณ์อันเกิดจากน้ำท่วม หรือปัญหาขัดข้องของเครือข่ายนั้นมีน้อยมาก ทั้งนี้บริษัทเตรียมระบบไฟฟ้าสำรองและการบริหารทราฟฟิกเครือข่ายข้างเคียง ให้สามารถส่งกำลังเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเติมเต็มในส่วนที่หายไป รวมถึงการรักษาพื้นที่ยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องหลักในการป้องกันเครือข่าย

สำหรับ การนำโซลูชั่นไร้สายเข้าไปสนับสนุนในเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.การเข้าไปในพื้นที่ศูนย์อพยพหลัก โดยตั้งจุดให้บริการโทรฟรี เติมเงินเคลื่อนที่ และนำรถสถานีฐานเคลื่อนที่เข้าไปขยายความสามารถในการรองรับการใช้งาน 2.สนับสนุนการจัดตั้ง Call Center แก่ภาครัฐ เพื่อเป็นช่องทางรับเรื่องร้องทุกข์ 3.นำ Solutions Mobile Wall Board เข้ามาประยุกต์ใช้ โดยให้อาสาสมัครใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ถ่ายวีดิโอคลิปจุดต่างๆ และเขียนข้อมูลประกอบ ส่งผ่านเครือข่ายมายังศูนย์กลางเพื่อประมวลข้อมูลและส่งต่อความช่วยเหลือ 4.สนับสนุนดาต้าให้กูเกิลใช้เป็นช่องทางในการส่งข้อมูลจากแอพพลิเคชั่นของกู เกิลที่มีทั้งการแสดงข้อมูลจุดน้ำท่วมหรือการขอความช่วยเหลือ 5.ติดตั้งเทคโนโลยี Wireless High Speed จากแอร์เน็ตของเอไอเอสให้ศูนย์ประสานงาน เช่น อยุธยาปาร์ค หรือที่อาคาร บบส. ทำให้เจ้าหน้าที่ประสานความช่วยเหลือผ่านไวไฟ ทั้งบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การโทรฟรีผ่าน VoIP 6.พัฒนาเมนู AIS Flood Relief บนโมบายไลฟ์ พอร์ทัล เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเกาะติดสถานการณ์ข่าวสารความเคลื่อน ไหวเรื่องน้ำท่วม และ 7.นำ Solutions 'mPABX' หรือ Mobile Public Automatic Switching Board เสมือนตู้สาขาอัตโนมัติ ทำให้เบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่เพียง 1 เบอร์สามารถมีคู่สายรองรับได้ตั้งแต่ 20 คู่สายขึ้นไป เข้ามาสนับสนุนหน่วยงานที่มีความต้องการใช้คู่สายโทรศัพท์จำนวนมากอย่างเร่ง ด่วน

นอกจากนี้ ยังมีการดูแลเครือข่ายและนำโซลูชั่นเข้ามาใช้บริหารจัดการเครือข่าย เพื่อให้สามารถเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารและแก้ปัญหาในสถานการณ์ครั้ง นี้ บริษัทยังร่วมช่วยเหลือประชาชนผ่านการบริจาคเงินกว่า 35 ล้านบาทแก่รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ในการส่งมอบถุงยังชีพ, กระสอบทราย, น้ำดื่ม, เรือ, จัดตั้งโรงครัวเอไอเอส โดยมีอาสาสมัครทำอาหารกล่องให้บริการประชาชน, สนับสนุนซิมการ์ดพร้อมค่าโทรและโทรศัพท์เคลื่อนที่แก่หน่วยงานอาสาสมัคร ต่างๆ รวมถึงการดูแลลูกค้า อาทิ การเติมเงินอัตโนมัติและเติมวันแก่ลูกค้าพรีเพด ด้วยงบประมาณเบื้องต้นกว่า 30 ล้านบาท, การขยายระยะเวลาตัดสัญญาณให้แก่ลูกค้าโพสต์เพด, การช่วยเหลือระบบสื่อสารให้แก่ลูกค้าองค์กร และการสนับสนุนพาร์ทเนอร์ช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน.

Advertisement

Tagged as:

ไม่พบคำค้นสำหรับเนื้อหานี้

แสดงความนิยมสำหรับเนื้อหา

0