หน้าหลัก | รายงาน | เปิดทีโออาร์396สภ. ปชป.วืด! ถล่มพงศพัศไม่ได้

เปิดทีโออาร์396สภ. ปชป.วืด! ถล่มพงศพัศไม่ได้

โดย
ขนาดอักษร: Decrease font Enlarge font
เปิดทีโออาร์396สภ. ปชป.วืด! ถล่มพงศพัศไม่ได้

สวนกลับทันควันเปิดหลักฐานชัดยุค "พงศ พัศ" พิจารณาแยกประมูลสร้างโรงพัก 396 แห่งในสมัย "พัชรวาท" เป็นผบ.ตร. ส่วนการเสนอรวมให้เป็นบริษัทเดียว เกิดในยุคพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ "จิรายุ" จวก "มาร์ค-เทือก" โยนผิดกรณีสร้างโรงพักให้ "พงศพัศ" ทั้งๆ ที่เป็นแค่ผู้ช่วยผบ.ตร.ในยุครัฐบาลมาร์ค จะไปมีอำนาจในการเซ็นอนุมัติได้อย่างไร ชี้ "มาร์ค-เทือก" ต้องออกมาตอบคำถามสังคมให้ได้ กรณียอมให้บริษัทพีซีซีฯ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างจนทำให้ล่าช้า ดีเอสไอไล่สอบกลุ่มผู้รับเหมาช่วง คาดมีผู้เสียหายร่วม 100 ราย จี้รีบเข้าให้การเพื่อกันไว้เป็นพยาน ส่งหมายเชิญผู้บริหารพีซีซีฯ พบพนักงานสอบสวนภายใน 15 วัน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ก.พ. ที่พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการก่อสร้างโรงพักทั่วประเทศ ว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบในเรื่องที่เกิดขึ้น โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ขณะนั้นเป็นผู้รับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยตรง จะมาปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องค้นหาความจริงร่วมกัน ไม่ใช่ว่าพอเรื่องใกล้ตัวหาแพะไม่ได้ก็โยนใส่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อย่างพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ว่าเป็นผู้ลงนามในคณะกรรมการในขณะนั้น ถือเป็นการปัดสวะอย่างเห็นได้ชัด เพราะขณะนั้นพล.ต.อ. พงศพัศมียศแค่พล.ต.ท. และเป็นข้าราชการในตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ การไปเซ็นอนุมัติอะไรด้วยตัวเองคงเป็นไปไม่ได้ ถ้านโยบายระดับรัฐบาลไม่ส่งลงมา ตร.ก็คงจะทำเองไม่ได้ ที่สำคัญ ตร.ยังมีคณะกรรมการหลายชุด แค่ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. คงไม่มีอำนาจ ล้นฟ้า 



ด้านพ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าในคดี ว่าพนักงานสอบสวน ดีเอสไออยู่ระหว่างสอบปากคําผู้เสียหายซึ่งเป็นกลุ่มผู้รับเหมาช่วง และตรวจสอบเอกสาร สําคัญเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวอยู่ ส่วนกรณีที่มีชื่อของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรอง ผบ.ตร. เข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ในฐานะประธานกรรมการจัดทำขอบเขตงานก่อสร้าง และเห็นชอบการประกวด ซึ่งทางดีเอสไอก็ได้ทำหนังสือส่งถึงสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ให้ช่วยจัดส่งเอกสารดังกล่าวมาให้ คาดว่าเอกสารดังกล่าวจะส่งมาถึงภายในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ดีเอสไอต้องตรวจสอบเอกสารทุกชิ้นตามที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นําออกมาเปิดเผย เพื่อจะได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการนี้ทั้งหมด ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้างและมีความผิดปกติส่วนไหน หากพบบุคคลใดเกี่ยวข้องกับโครงการก็ต้องเชิญตัวมาสอบสวนทั้งหมด 



พ.ต.ท.ถวัลกล่าวต่อว่า ส่วนบริษัทรับเหมาช่วงที่มาร้องทุกข์กับดีเอสไอขณะนี้เริ่มทยอยเดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับบริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ในคดีฉ้อโกงแล้วกว่า 10 ราย คาดว่ามีผู้เสียหายคดีนี้ประมาณ 50-100 ราย ดังนั้น ขอให้ผู้เสียหายเหล่านี้รีบมาพบเพื่อให้ข้อมูลกับดีเอสไอ และรายใดมีหลักฐานสําคัญก็จะกันไว้เป็นพยานต่อไป 



"ส่วนทางผู้บริหารบริษัทพีซีซีฯ ที่ทาง ดีเอสไอออกหนังสือเชิญให้มาพบพนักงานสอบสวนใน 15 วัน ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อมา และยังคงเหลือเวลาไม่ถึง 10 วัน หากยังไม่มาก็จะออกหนังสือเตือนครั้งที่ 2 ถ้ายังไม่มาอีกก็จะพิจารณาออกหมายเรียกและหมายจับตามขั้นตอนต่อไป" พ.ต.ท.ถวัลกล่าว 



รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณีที่มีการกล่าว หาว่าพล.ต.อ.พงศพัศ เป็นประธานทีโออาร์ ในการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งทั่วประเทศ และให้รวมสัญญาเป็นเจ้าเดียวในการรับเหมาก่อสร้างนั้น ในกรณีดังกล่าวได้มีเอกสารยืนยันจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 0009.24/03423 ลงวันที่ 29 พ.ค. 2552 เรื่องแนวทางในการจัดจ้างโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน)



มีสาระปรากฏในเอกสาร ว่า "คณะกรรมการพิจารณาแนวทางการดำเนินการจัดจ้างโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) ได้ร่วมประชุมพิจารณาเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2552 โดยมี พล.ต.ท. พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ฝ่ายบริหาร 11) เป็นประธานที่ประชุม ผลการประชุมคณะกรรมการได้พิจารณาแนวทางการดำเนินการจัดจ้างและการก่อสร้าง โดยพิจารณาข้อดี-ข้อเสีย ในการดำเนินการตามที่กองพลาธิการและสรรพาวุธ ได้จัดทำรายละเอียดเสนอ และมีมติเห็นควรดำเนินการจัดจ้าง โดยส่วนกลาง และแยกการเสนอราคาเป็นรายภาค" ซึ่งหนังสือดังกล่าว มีพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนามรับทราบ



ข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนการประมูลการก่อสร้างที่เสนอให้รวมสัญญาแบบบริษัทเดียวนั้น มีการแก้ไขและดำเนินการในยุคที่ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็นรักษาการผบ.ตร. มีประธานทีโออาร์ คือ พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิติวัฒน์ รรท.ผบช.สกพ. มีสาระระบุว่า "โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) 396 แห่ง เป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติจากครม. ในลักษณะโครงการเดียว และผูกพันงบประมาณปีพ.ศ.2552, 2553 และ 2554 จำนวนทั้งสิ้น 6,298 ล้านบาท การดำเนินการจัดจ้างจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการประกาศประกวดราคาจัดจ้างก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) 396 แห่ง ด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ในครั้งเดียว" ซึ่งเรื่องนี้มีพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร. และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รอง นายกฯ ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนามรับทราบเช่นเดียวกัน



ทั้งนี้ จึงเป็นที่ยืนยันได้ว่า การพิจารณาแยกประมูลการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งนั้น เกิดในยุคของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นผบ.ตร. ส่วนการเสนอรวมให้เป็นบริษัทเดียว เกิดในยุคพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็นรักษาการผบ.ตร.ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2552 และพล.ต.อ.พงศพัศ เกี่ยวข้องในสมัยพล.ต.อ.พัชรวาท ซึ่งให้แยกประมูลตามภาค



ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีการก่อสร้างสถานีตำรวจและแฟลตตำรวจที่มีการกล่าวหากันไปมานั้น พรรคประชาธิปัตย์ต้องการหาตัวไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังความเสียหายดังกล่าว โดยพบว่ารัฐบาลไม่ดำเนินโครงการให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญา มีการต่อเวลาให้กับบริษัทพีซีซีฯ ถึงสามครั้ง ครั้งละ 60 วัน รวมทั้งหมดต่อสัญญา 180 วัน ซึ่งหากไม่ต่อสัญญารัฐจะได้ค่าปรับวันละ 5.8 ล้านบาท รวมเงินที่ราชการเสียหาย 1,026 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบว่าในเงื่อนไขการประกวดราคามี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. มียศ เพียงพล.ต.ท. ในฐานะประธานคณะกรรมการออกแบบเงื่อนไขสัญญา ได้ลงนามให้จ่ายเงินล่วงหน้าร้อยละ 15 ให้แก่บริษัทที่ชนะการประมูลก่อนอีกด้วย 



"พรรคประชาธิปัตย์ยินดีให้ตรวจสอบ เพื่อหาว่าใครคือไอ้โม่ง และทำให้เกิดความเสียหายในครั้งนี้ แม้ว่าการดำเนินงานทั้งหมดนั้นอยู่ในสมัยของพรรคเพื่อไทย โดยดีเอสไอต้องเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดไปสอบสวน เพราะการเปิดปิดสัญญา การต่อสัญญาล้วนเกิดขึ้นในสมัยของพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น" นายชวนนท์กล่าว



รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณีที่นายชวนนท์ออกมาแถลงว่าทีโออาร์ของพล.ต.อ.พงศพัศเปิดช่องให้มีการจ่ายงินล่วงหน้า 15 เปอร์เซ็นต์นั้น ข้อเท็จจริงคือเงินล่วงหน้า 15 เปอร์เซ็นต์นั้น ปรากฏอยู่ในทีโออาร์ในยุคของพล.ต.ท.ธีรยุทธ กิติวัฒน์ โดยมีพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร. และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนามรับทราบ

Advertisement

Tagged as:

ไม่พบคำค้นสำหรับเนื้อหานี้

แสดงความนิยมสำหรับเนื้อหา

0