หน้าหลัก | รายงาน | "ไม่แตงโม ไม่มีสี ไม่ปฏิวัติ" เปิดใจนุ่มนิ่ง "บิ๊กหรุ่น" แม่ทัพเรือปรองดอง มองนายกฯ หญิงแกร่งใจสู้ มองกองทัพ-วิกฤติ-โอกาส

"ไม่แตงโม ไม่มีสี ไม่ปฏิวัติ" เปิดใจนุ่มนิ่ง "บิ๊กหรุ่น" แม่ทัพเรือปรองดอง มองนายกฯ หญิงแกร่งใจสู้ มองกองทัพ-วิกฤติ-โอกาส

โดย
ขนาดอักษร: Decrease font Enlarge font
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์

ในแวดวงคนรักทหารเรือ ก็ลุ้นกันตัวโก่งมาก่อนที่โผโยกย้ายทหารจะออกว่า บิ๊กหรุ่น พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ จะได้เป็นแม่ทัพเรือคนใหม่ ชัวร์หรือไม่

แม้ ว่าคณะกรรมการของกองทัพเรือ ที่มี บิ๊กติ๊ด พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. ในขณะนั้นเป็นประธาน จะมีมติเอกฉันท์ให้เสนอชื่อ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ทร. นายทหารเตรียมทหาร 13 ที่มีอายุราชการอีก 2 ปี คือ เกษียณปี 2556 เป็น ผบ.ทร. คนใหม่ก็ตาม

แต่เนื่องจากโยกย้ายครั้งที่ ผ่านมานั้น มีแคนดิเดต ผบ.ทร. ที่ครองยศพลเรือเอก ทั้งในและนอก ทร. มากถึง 8 คน ทุกคนต่างก็หวัง เพราะทุกคนไม่มีใครอยู่ในตำแหน่งหลัก จึงใช้ศักยภาพเต็มที่เพื่อให้ได้ถึงฝั่งฝัน

จนวิจารณ์กันว่า การที่โผทหารล่าช้า นอกจากเก้าอี้ปลัดกลาโหม ที่ต้องเปลี่ยนจาก พล.อ.วิทวัส รัชตะนันทน์ ตามที่ บิ๊กอ๊อด พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม เสนอ มาเป็น บิ๊กเปี๊ยก พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ แล้ว เก้าอี้ ผบ.ทร. ก็ส่งผลให้โผถูกดึง

ด้วยความแรงของเตรียมทหาร 12 ที่มีทั้ง บิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็น ผบ.สส. คนใหม่ และ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ที่มีอายุราชการยาวนานถึงปี 2557 ทั้งคู่ด้วยแล้ว ก็ต้องการดันให้เพื่อนได้เป็น ผบ.ทร. ยกแผง ไม่ว่าจะเป็น บิ๊กโอ๋ พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม และ บิ๊กต่อ พล.ร.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง หรือ บิ๊กหมวย พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ จึงทำให้มีแรงดันที่จะเปลี่ยนโผ

ทั้งพลังจากบ้านสี่เสาเทเวศร์ ที่มี บิ๊กตุ้ม พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ลูกป๋าคนสนิท แกนนำ ตท.12 เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ รวมทั้งพลังจากบ้านจันทร์ส่องหล้า จนทำให้โผโยกย้าย 584 นายพล คลอดเอา 30 กันยายน วันสุดท้าย ก่อนมีผล 1 ตุลาคม พอดี



"ก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาว่า โผที่ช้าเพราะตำแหน่ง ผบ.ทร. แต่ผมไม่เชื่อ เพราะมีขั้นตอนต่างๆ อยู่แล้ว ผมเองก็นิ่ง ไม่ไปสนใจอะไรมาก จะได้เป็นหรือไม่ได้ ก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชา" พล.ร.อ.สุรศักดิ์ เปรย

แต่นอกจากเส้นทาง รับราชการที่เป็น ผบ.หน่วย อยู่เรือ และเป็น ผช.ทูตทหารเรือ ประจำฟิลิปปินส์ ตามธรรมเนียมทหารเรือที่ทำให้ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ได้เป็น ผบ.ทร. แล้ว คือการเป็นนายทหารที่อ่อนน้อม มีเพื่อนฝูง มีลูกน้อง และบุคลิกปรองดอง พูดด้วยเสียงนุ่ม มาดสุขุม

จึงไม่แปลกที่เมื่อมา เป็น ผบ.ทร. แล้ว สิ่งที่ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ตั้งใจทำก็คือ การสมานรอยร้าวที่เกิดจากการโยกย้ายที่ผ่านมาเพราะเก้าอี้ ผบ.ทร. มีแค่ตัวเดียว

"แต่ก็คิดว่าจะจางกันไป ต้องทำงาน พิสูจน์กันด้วยการทำงาน เราอยู่กันแบบพี่ๆ น้องๆ กันมาตั้งแต่เด็ก เรียนโรงเรียนเดียวกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน ไม่มีปัญหา เพราะผมเป็นคนให้เกียรติเคารพรุ่นพี่ เพราะทุกอย่างเป็นแค่หัวโขน เมื่อเกษียณแล้ว ก็มีแต่เพื่อนพี่น้อง จบแล้วก็คือจบ สำหรับผมจะตั้งใจทำ และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด" พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าว

จึงไม่แปลกที่ บรรยากาศใน ทร. จะชื่นมื่น เพราะล้วนทำงานเป็นทีมเวิร์ก เพราะ บิ๊กหมวย พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ตท.12 แม้จะเป็นแคนดิเดตกันมา ก็เป็นประธานที่ปรึกษา ทร. ครองอัตราจอมพล

บิ๊กเจี๊ยบ พล.ร.อ.วีระพล กิจสัมบัติ ตท.11 เป็น รอง ผบ.ทร.

โดยมีเพื่อนรัก ตท.13 ที่จบนายเรือเยอรมนี อย่าง บิ๊กห้าว พล.ร.อ.ดำรงศักดิ์ ห้าวเจริญ เป็น เสธ.ทร. คู่ใจ

และ บิ๊กต้อม พล.ร.อ.อมรเทพ ณ บางช้าง เป็น ผช.ผบ.ทร. ซึ่งเป็นที่จับตามอง เพราะมีอายุราชการถึงปี 2557

และ พล.ร.อ.ฆนัท ทองพูล ก็เป็น ตท.12 ผบ.กองเรือยุทธการ คุมกำลังรบ

ยิ่ง ในบรรดา ผบ.เหล่าทัพแล้ว พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ถือเป็น "น้องคนสุดท้อง" ที่เป็นน้องหรุ่นของพี่ๆ ตท.11 และ ตท.12 ที่ยิ่งทำให้ ผบ.ทร. คนนี้อ่อนน้อม เพราะเป็นน้องเล็ก เพราะปกติเขาก็เป็นลูกคนเล็กในบรรดาพี่น้อง 4 คนอยู่แล้ว จึงมีชื่อเล่นจริงๆ ว่า "นิด" แต่เพื่อนๆ พี่ๆ นิยมเรียกว่า หรุ่น ตามนามสกุลมากกว่า

"มีอะไรก็คุยกันตลอดกับพี่ๆ ผบ.เหล่าทัพ ซึ่งรู้จักกันมานานแล้ว ก็พยายามจะเป็นน้องหรุ่น ที่น่ารักของพี่ๆ และเป็นพี่หรุ่น และ ผบ.ทร. ที่น่ารักของทุกคน รวมทั้งเป็นทหารเรือของประชาชนด้วย" บิ๊กหรุ่น หยอด



ที่น่า จับตาคือ ตท.13 ก็กำลังขึ้นมาแชร์การดูแลกองทัพกับ ตท.12 แม้ว่า บิ๊กอ๊อด พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ ประธานรุ่น จะพลาดเก้าอี้ปลัดกลาโหม หรือ รอง ผบ.สส. แต่ก็ยังมีลุ้นในปีหน้า

แต่ที่ชัดใสก็คือ บิ๊กจิน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ที่ขยับขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทอ. จ่อเป็น ผบ.ทอ.ในปีหน้า พร้อมด้วยเพื่อน ตท.13 ที่อยู่ในระดับบนของเสืออากาศ

แม้แต่ในฐานะ ผบ.ทร. บิ๊กหรุ่น ก็เตือนให้ลูกน้อง เป็นนายทหารที่น่ารักของทุกคน และใช้ระบบทหารอาชีพและทหารประชาธิปไตยในการทำงาน เมื่อสั่งการ ก็จะให้ลูกน้องมีอิสระในการคิดแล้วนำมาเสนอแนะ ฟังความเห็นผู้ใต้บังคับบัญชา จึงทำให้เขาเลือกลูกน้องที่รู้ใจมาเป็นทีมเวิร์กฝ่ายเสนาธิการหน้าห้อง

แถม แต่ละคนถูกมองว่ามีโอกาสที่จะเป็น ผบ.ทร. ของแต่ละรุ่นในอนาคตทั้งสิ้น ทั้ง บิ๊กเผือก พล.ร.ท.อนุทัย รัตตรังษี ดาวรุ่งแห่ง ตท.15 พล.ร.ต.พัชระ พุ่มพิเชษฐ์ ตท.19 อดีต ผช.ทูตทหารเรือประจำอเมริกา น.อ.รณัชย์ เทพวัลย์ ตท.23 อดีต ผช.ทูตทหารเรือปักกิ่ง ผู้การวิน น.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ตท.25 อดีต ผบ.รล.จักรีนฤเบศร และทหารเรือดีเด่นหมาดๆ และ น.อ.วีรุดม ม่วงจีน คนเก่งของ ตท.27

"ในชีวิตก็ต้องมีทั้งสุขสมหวังและผิดหวัง ท้อแท้ ชีวิตก็ต้องเดินหน้า อย่าไปจมอยู่กับความชอกช้ำ ต้องเดินต่อไป ต้องแก้ปัญหา อย่าไปนั่งอยู่ในปัญหาไม่ยอมลุก แม้ต้องมีบ้าง แต่อย่านาน ต้องลุกแล้วเดินต่อ" คติประจำใจบิ๊กหรุ่น



ในสถานการณ์เช่น นี้ ที่มีปัญหารุมเร้า และหน้าที่ของ ทร. บิ๊กหรุ่น จึงให้ความสำคัญเร่งด่วน ทั้งการแก้ปัญหาภาคใต้ที่ทหารนาวิกโยธินเสี่ยงชีวิตมานานหลายปีโดยเขาได้ลง ไปเยี่ยมให้กำลังใจถึงนราธิวาสและฐานปฏิบัติการ และการพัฒนาสวัสดิการทหารชั้นผู้น้อย เพราะ ผบ.ทร. เป็นเหมือนพ่อบ้าน ที่ต้องดูแลลูกน้องยึดหลักร่วมเป็นร่วมตายกันมาโดยให้ บิ๊กหนุ่ย พล.ร.อ.พลวัฒน์ สิริโรดม ที่ปรึกษาพิเศษ ทร. ช่วยดูแลแล้ว เพราะบิ๊กหรุ่น ก็เป็นลูกทหารเรือชั้นผู้น้อย

แต่ที่สำคัญที่สุดเป็นข้อแรกในนโยบาย 10 ข้อคือ การปกป้อง รักษาเทิดทูนสถาบัน เพราะความไม่สงบทางการเมืองและการแบ่งแยกทางความคิดของประชาชน ทำให้ทหารต้องแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อและสร้างเครือข่ายในการปกป้องและ เผยแผ่พระเกียรติคุณ

"เราไม่มีสี เราเป็นคนไทยด้วยกัน ความคิดต่างได้แต่เราต้องยอมรับและเคารพ เราต้องเป็นตัวของตัวเอง สร้างอะไรให้ส่วนรวม ประเทศชาติเพื่อความมั่นคง ต้องช่วยกันเดินไปถึงจุดนั้น ไม่อย่างนั้นประเทศชาติเราไม่แข็งแรง ผมไม่มีสี สีของเราคือสีธงชาติ ทหารเรือทุกคนเป็นทหารที่อยู่ในระเบียบวินัย ผมภูมิใจในสิ่งนี้" ผบ.ทร. กล่าว

แม้ที่ผ่านมา จะมีคนพยายามป้ายสีให้ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ เป็นทหารแตงโม หรือสีนั้นสีนี้ เพราะว่าเขาเป็นน้องรักของ พล.ร.อ.กำธร ซึ่งเป็นเพื่อน ตท.10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

"ผมไม่มีสี ไม่ได้เป็นแตงโม แต่ผมเป็นทหารเรือที่พร้อมทำหน้าที่เพื่อประชาชน เป็นทหารของประชาชน ไม่ได้ทำเพื่อหวังสร้างคะแนนอะไร แต่เมื่อประชาชนเดือดร้อน เราก็ต้องช่วย พักเรื่องอื่นเอาไว้ก่อน" พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าว

โดยยืนยันว่า ทร. จะสนับสนุนรัฐบาลในการรักษาความสงบ แก้ปัญหาไม่มีระยะห่าง แต่เรื่องการเมืองต้องมีระยะห่าง เพราะผมจะไม่ยุ่งการเมือง แต่ผมอยากให้ชาติสงบสามัคคีกันทำงานยึดส่วนรวมเป็นที่ตั้ง



"ที่ ผ่านมาอาจจะเหมือนการแข่ง "กีฬาสี" แต่เมื่อจบไปแล้วก็ไม่ต้องแบ่งสีแล้ว สลายไป มาทำงานช่วยกัน ยิ่งตอนน้ำท่วมนี้เห็นเลยว่า คนไทยรัก ช่วยเหลือกันดี หมดน้ำท่วมแล้วก็อย่ามาแบ่งกันอีกเลย สามัคคีปรองดอง ผมอยากเห็นและจะพยายามช่วย" บิ๊กหรุ่น กล่าว

แต่ก็ไม่ค่อยสบายใจกับ การมองว่าเกิดความขัดแย้งของเหล่าทัพกับ รมว.กลาโหม และฝ่ายการเมืองจากการแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหมปี 2551 เพราะเชื่อว่าไม่ได้มีแผลหรือความขัดแย้งใดๆ

"ความมั่นคงมีหลายมิติ กองทัพต้องเข้มแข็งและมั่นคง ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ต้องดูว่าเขาจะแก้ในประเด็นไหนบ้าง แต่ผมว่าน่าจะใช้การพูดคุยกัน ทหารไม่มีการยกมือโหวต คุยกันด้วยเหตุผล เพื่อประโยชน์ของชาติ ทำให้เกิดความสงบ คลำให้เจอจุดร่วมกัน" ผบ.ทร. กล่าว

ส่วนที่จับตา มองกันว่า หากต้องมีการโหวตกันจริงๆ ปลัดกลาโหม กับ ผบ.ทร. จะโหวตเข้าข้างฝ่าย รมว.กลาโหม นั้น พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ยืนกรานว่า ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของชาติโดยส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

ยิ่ง ข่าวลือว่าในระหว่างที่ ว.4 รบร่วมทางน้ำ ช่วยกันต่อสู้กับน้ำท่วมอยู่นั้น ทหารจะล้มรัฐบาล จะมีรบร่วมทางบก หรือปฏิวัตินั้น แม่ทัพเรือ ยืนยันว่า "ไม่มีใครอยากทำ หรืออยากจะให้เกิด แม้แต่ทหาร การเปิดประเด็นขึ้นมาไม่ได้เกิดจากทหาร อาจหวาดระแวง แต่ผมยืนยันว่า เราจะไม่ยุ่งการเมือง"

ขณะที่ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ก็สยบข่าวปฏิวัติหากรัฐให้อำนาจทหารด้วยการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน "น้ำท่วมถึงคอ ใครจะโง่ไปทำปฏิวัติ"

"พ.ร.ก. มันจำเป็นในเรื่องกฎหมายที่จะต้องมีความขัดแย้งกันมากๆ และมีการใช้อาวุธ แต่นี่มันไม่ใช่ ตอนนี้เรามี ศปภ. ตามมาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันภัย เราสู้กับภัยพิบัติ และสู้กับน้ำ ไม่ได้สู้กับคน ไม่ได้สู้กับโจรผู้ร้ายที่ไหน เราไม่ต้องการกฎหมายอะไรมาก เพราะน้ำไม่ฟังกฎหมายอยู่แล้ว ผมจะเอาอำนาจไปทำอะไร แค่ให้ทหารมีการหมุนเวียนพักผ่อนบ้าง ขอให้เห็นใจอย่านำผมไปขัดแย้งอะไรกับใครเลย ผมว่าพอแล้ว ไปเอากฎหมายมาบังคับใช้ให้น้ำเชื่อฟัง"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



แต่ ก็ตามประสา เมื่อกองทัพกับรัฐบาล เป็นคนละสีคนละขั้ว และเคยปะทะกันบนท้องถนนมาแล้ว ก็ย่อมถูกจับตาเรื่องความขัดแย้ง รอยแตกร้าว และการต่อสู้เพื่อแย่งชิงและรักษาอำนาจ

แต่สำหรับ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ แล้ว ยิ่งเมื่อได้มาทำงานกับ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ได้ประชุม หารือพูดคุยด้วยแล้ว ก็มองเห็นว่านายกฯ หญิงหรือชายไม่มีอะไรแตกต่างในการบริหาร

"ท่านสู้นะ เก่งมากๆ สถานการณ์ตอนนี้ ท่านเข้มแข็งแม้จะเป็นผู้หญิงสู้กับปัญหา เช้าตื่นทำงานประชุมทั้งวัน ไปโน่นนี่ พอมีโทรศัพท์เข้ามา นายกฯ ท่านก็ใจหาย เครียดนะ ว่าจะต้องมีเรื่องมีปัญหารายงานเข้ามา" บิ๊กหรุ่น กล่าว

เพราะขนาดบิ๊กหรุ่นเอง ตั้งแต่เป็น ผบ.ทร. ทำงานไม่มีวันหยุดจนน้ำหนักลดลง ช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ แม้ความหวังที่จะได้เรือดำน้ำมือสอง 6 ลำจากเยอรมนีนั้นริบหรี่ เพราะกลาโหมยังไม่อนุมัติ แต่ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ก็บอกว่า เป็นหน้าที่ของ ทร. ที่จะเสนอความต้องการ ความจำเป็นเราชี้แจงได้ทุกขั้นตอน แต่เราก็เคารพการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา อาจมีความจำเป็นในด้านอื่น แต่รัฐบาลต้องยอมรับความเสี่ยงนี้ หากกำลังทางเรือเราไม่พร้อม หากมีเหตุการณ์ เราจะต้องมีการเตรียมการก่อน

"ไม่น้อยใจ ทหารอาชีพน้อยใจไม่ได้ ไม่คิดว่าจะเป็นลูกเมียน้อย ไม่เอาเราไปเปรียบเทียบกับเหล่าทัพอื่น เพราะ ทร. เราชี้แจงเหตุผลความจำเป็น เราซื้อเพราะจำเป็นไม่ใช่เพราะอยากมี และเป็นหน้าที่ และอยู่ในวินัย เคารพการตัดสินใจ แต่เราชี้แจงได้ทุกเวที ไม่ได้เปรียบเทียบ ไม่ท้อ ทำให้ดีที่สุด" ผบ.ทร. กล่าว

โดยหวังใจว่า เยอรมนีเข้าใจประสบอุทกภัยที่เกิดขึ้นยืดเวลารอเรา แต่เราจะฟังเราแค่ไหน ก็แล้วแต่เขา เพราะมีโคลัมเบีย และชิลี ก็ต้องการซื้อเรือดำน้ำชุดนี้ ทร. มีคณะทำงาน ที่เป็นทหารเรืออาชีพ ที่พิจารณาจากสภาพแวดล้อมรอบบ้านเพื่อให้เกิดความสมดุล

"เรือดำน้ำ เหมือนเป็นงูที่ดำลงไปในทะเล ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน จะไปโผล่ตรงไหน เหมือนบอกว่าอย่าเดินลัดสนามหญ้ามีงู คนก็ไม่กล้า มันเป็นอาวุธป้องปรามและความจำเป็นด้านยุทธศาสตร์ มีเงินหมื่นล้านตอนนี้ต้องการกองทัพที่เข้มแข็งเลยก็ไม่ได้ทันที ต้องใช้เวลา ผมตั้งใจทำให้เต็มที่และทำให้ดีที่สุด" บิ๊กหรุ่น กล่าว



ไม่ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่ทัพน้ำผู้นี้ ยืนยันว่า ทหารเรือเรามีวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นที่ยอมรับ เป็นต้นทุนสำคัญและภูมิคุ้มกัน รองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วและซ้ำซ้อน รักษาต้นทุนเดิมไว้และสานต่อวิสัยทัศน์ที่ ทร. ตั้งไว้เป็น ทร. ที่เข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของประชาชน

สิ่งที่กองทัพต้องทำคือ การระดมสรรพกำลังของ บก.ทัพไทย และ 3 เหล่าทัพ พร้อมยุทโธปกรณ์มาต่อสู้กับภัยพิบัติ เพราะปกติมีการฝึกร่วมกัน และมีแผนที่จะเชื่อมต่อระบบ Network Centric Warfare ของเครื่องบิน Gripen ของ ทอ. กับ เรือหลวงจักรีนฤเบศร และ รล.ตากสิน-นเรศวร เพื่อต่อระยะการมองเห็นและการปกป้องผลประโยชน์ทางทะเล

แต่ครั้งนี้ 3 เหล่าทัพเหมือนเป็นการทำสงครามต่อสู้กับน้ำ ที่จะทำให้ประชาชนเห็นว่า กองทัพเป็นที่พึ่งในทุกสถานการณ์

"วิกฤติ ที่เกิดขึ้นนี้ น่าจะเป็นโอกาสให้คนไทยกลับมารักกัน ไม่แบ่งแยก ไม่แบ่งสีกันอีกก็ได้ ผมอยากเห็นวันนั้น แล้วผมก็จะทำเต็มที่ในเวลา 2 ปี ที่ผมเป็น ผบ.ทร. ซึ่งก็เหมือนไม่นาน ผมอยากทำให้สำเร็จ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน สื่อด้วยนะ ความขัดแย้งก็ขอให้ชะลอๆ ไว้ก่อน" พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าว

ที่แน่ๆ "ผมจะไม่ยุ่งการเมือง ไม่ปฏิวัติ แต่จะขอเป็นทหารเรือของประชาชน ขอให้มั่นใจในตัวผมและทหารเรือทุกนาย"

วาทะของแม่ทัพเรือหรุ่น ดูจะสยบกระแสปฏิวัติกลางน้ำท่วม ได้ไม่น้อย แต่ก็ได้โปรดติดตามตอนต่อไป ด้วยใจระทึกพลัน...

 

Advertisement

Tagged as:

ไม่พบคำค้นสำหรับเนื้อหานี้

แสดงความนิยมสำหรับเนื้อหา

0