หน้าหลัก | การเมือง | ตปท.ชี้ "ปู" เจองานหินทำงานร่วมกองทัพ-อำนาจเก่า พร้อมข้อหา "หุ่นเชิด" นักวิเคราะห์จับตา "ประชานิยม"

ตปท.ชี้ "ปู" เจองานหินทำงานร่วมกองทัพ-อำนาจเก่า พร้อมข้อหา "หุ่นเชิด" นักวิเคราะห์จับตา "ประชานิยม"

โดย
ขนาดอักษร: Decrease font Enlarge font
ตปท.ชี้ "ปู" เจองานหินทำงานร่วมกองทัพ-อำนาจเก่า พร้อมข้อหา "หุ่นเชิด" นักวิเคราะห์จับตา "ประชานิยม"

สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการยืนยันให้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงของเมืองไทยเป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ ภายหลังสภาได้โหวตลงมติรับรองให้เธอเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เธอต้องเผชิญกับอุปสรรคท้าทายที่จะนำเสถียรภาพความมั่นคงทางการเมืองกลับคืนสู่ประเทศไทยภายหลังภาวะการเมืองยุ่งเหยิงวุ่นวายกว่า 5 ปี โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ทำงานเป็นผู้นำรัฐบาล โดยประชาชนจะตัดสินว่าพอใจกับการทำงานของเธอหรือไม่ และทำได้ตามความต้องการของประชาชนหรือไม่

นอกจากนี้ เธอยังกล่าวว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกของเธอคือ การแก้ไขปัญหาปากท้องข้าวของแพงให้แก่พี่น้องประชาชน

 

เอเอฟพีรายงานว่า นักวิเคราะห์ต่างมองว่า การทดสอบสำคัญสำหรับนักการเมืองหน้าใหม่อย่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ คือการเป็นผู้นำรัฐบาลโดยไม่ถูกปลดจากอำนาจซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา สำหรับการเมืองไทย ซึ่งที่ผ่านมาต้องเผชิญกับการปฎิวัติรัฐประหาร 18 ครั้งนับตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 1932 ขณะที่นายคริส เบเกอร์ นักวิเคราะห์การเมืองไทยมองว่า เมืองไทยอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งใหญ่โตกับแนวคิดที่แตกต่างว่า รัฐบาลควรจะเป็นอย่างไร และทำอะไร และว่า ด้วยเสียงส่วนใหญ่ที่มีในสภา รวมทั้งภาวะกระแสชาตินิยม และกลุ่มเสื้อเหลืองอ่อนแรง และการที่กองทัพขาดมวลชนสนับสนุน จะทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีที่ว่างให้หายใจ

 

ด้านเอพีรายงานว่า นักวิเคราะห์มองว่า ชัยชนะที่ถล่มทลายของพรรคเพื่อไทยเมื่อเดือนที่แล้ว ได้ทำให้การเมืองมีโอกาสที่จะมีเสถียรภาพอย่างน้อยในระยะเวลาอันสั้น แต่การฉลองชัยชนะอาจสิ้นสุดในเร็ว ๆ นี้ โดยเพื่อที่จะเสริมเสถียรภาพของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์จะต้องทำงานอย่างสอดคล้องร่วมกับกองทัพและกลุ่มอำนาจเก่าโดย ปราศจากการกระทำที่จะกระทบต่อสิ่งที่กลุ่มเสื้อแดงกำลังต่อสู้อยู่ ซึ่งไม่เรื่องเรื่องง่าย

 

นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องพิสูจน์ว่าเธอไม่ใช่หุ่นเชิดของพ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนที่นักวิจารณ์อ้าง โดยหลายฝ่ายกำลังจับตามองว่า เธอจะสามารถตัดสินใจเองโดยไม่ฟังคำสั่งจากดูไบ

 

ด้านสำนักข่าวบีบีซีรายงานข่าวกรณีสภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยว่า หลายคนมองเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพี่ชายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากคนจนเมืองและคนชนบทเพราะการใช้นโยบายประชานิยม ก่อนจะถูกโค่นล้มออกจากตำแหน่งด้วยรัฐประหารในปี พ.ศ.2549 ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐเอมิเรตส์นั้น คือ ผู้นำที่แท้จริงของพรรคเพื่อไทย และอิทธิพลของเขาก็ปรากฎอยู่ตลอดเวลาในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้ง ที่ผ่านมา


แม้พรรคเพื่อไทยจะออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีสถานะเป็นเพียงที่ปรึกษา แต่ ราเชล ฮาร์วีย์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงเทพฯ แสดงความเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อทำให้บรรดาผู้วิพากษ์วิจารณ์มีความเชื่อมั่นว่า เธอสามารถเป็นผู้นำที่เข้มแข็งได้ด้วยตัวของเธอเอง


ขณะเดียวกัน น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด สาขาประเทศไทย  ให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ว่า ค่อนข้างจะเป็นที่แน่นอนว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมุ่งมั่นดำเนินนโยบายที่ตนเองได้ ใช้หาเสียงเอาไว้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่านโยบายเหล่านั้นจะถูกริเริ่มประกาศใช้ด้วยวิถีทางเช่นไร


"มีการมุ่งความสนใจไปที่นโยบายประชานิยม ด้วยความเป็นห่วงในเรื่องเงินเฟ้อ แต่จริงๆ แล้ว ผลกระทบของนโยบายประชานิยมเหล่านั้นขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะดำเนินนโยบายให้ ประสบผลสำเร็จอย่างไร และต้องใช้ระยะเวลายาวนานแค่ไหน" น.ส.อุสรากล่าว


"ทุกคนกำลังรอคอยว่านโยบายเศรษฐกิจในขั้นสรุปสุดท้ายของรัฐบาลเพื่อ ไทยจะเป็นเช่นไร และนโยบายเหล่านี้จะถูกจัดการอย่างไร" นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสแสดงความเห็นและว่า สภาพเศรษฐกิจโลก ก็ถือเป็นปัจจัยที่มีส่วนสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยเช่นเดียวกัน

Advertisement

Tagged as:

ไม่พบคำค้นสำหรับเนื้อหานี้

แสดงความนิยมสำหรับเนื้อหา

0