หน้าหลัก | เศรษฐกิจ | เตรียมควัก65บ.-"กทพ."จับเข่าเจรจาเอกชน

เตรียมควัก65บ.-"กทพ."จับเข่าเจรจาเอกชน

โดย
ขนาดอักษร: Decrease font Enlarge font
เตรียมควัก65บ.-"กทพ."จับเข่าเจรจาเอกชน

คน กรุงอ่วม "บีอีซีแอล" ขอปรับค่าผ่านทาง รถเก๋งขึ้น 20 บาท จาก 45 เป็น 65 บาท ทยอยปรับทางด่วน 1+2 ดีเดย์ 1 ก.ย.นี้ กทพ.แจงสัญญาสัมปทานเปิดช่องให้เอกชนขอปรับราคาทุก 5 ปีตามดัชนีผู้บริโภค ส่วนทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ดเริ่ม 1 พ.ย.นี้ "ชัชชาติ" ลั่นทำตามสัญญา หวั่นเอกชนฟ้องเรียกค่าชดเชย เผยโครงการจัดสรรเกิดใหม่ย่านปทุมฯ แห่เลี่ยงรถติดถนนแจ้งวัฒนะดันผู้ใช้ทาง "ด่านศรีสมาน" ยอดพุ่ง

นาย อัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจากบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีซีแอล ผู้รับสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 1, 2 และทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด ขอปรับค่าผ่านทางเพิ่มหลังครบกำหนดเวลาตามสัญญาสัมปทานที่จะต้องปรับทุก 5 ปีตามดัชนีผู้บริโภค (CPI) ที่กระทรงพาณิชย์ประกาศ ณ เดือนมีนาคม 2556 โดยทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 จะครบกำหนดปรับวันที่ 1 กันยายน, สายบางปะอิน-ปากเกร็ดครบกำหนดปรับวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้

ส่วนราย ละเอียดว่าบริษัทจะขอปรับราคาเท่าไหร่นั้นยังไม่สามารถตอบได้ โดยอัตรารถยนต์ 4 ล้อ ขอปรับขึ้น 20 บาท จากเดิม 45 บาท เป็น 65 บาท โดยเอกชนให้เหตุผลว่ารอบการปรับค่าผ่านทางทำได้ทุก 5 ปี แต่บริษัทไม่ได้ปรับราคาเลยตั้งแต่ปี 2541

อย่างไรก็ตาม ทางอัยการสูงสุดเคยชี้ขาดว่าการปรับขึ้นอัตราค่าผ่านทางทั้งโครงข่ายในเมือง และนอกเมืองจะต้องไม่เกิน 10 บาท เช่น หากโครงข่ายในเมืองได้ปรับขึ้น 10 บาทแล้ว ระบบโครงข่ายในเมืองจะต้องคงอัตราเดิมไว้

"ภายในเดือนเมษายน นี้ คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับค่าผ่านทางจะมีการพิจารณาตามที่บริษัทเสนอมา ซึ่งจะเร่งหาข้อสรุปให้ได้ภายในสิงหาคมนี้ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนอัตรา ค่าผ่านทางใหม่"

นายอัยยณัฐกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ปัญหาการปรับค่าผ่านทางช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะมีความเห็นไม่ตรงกันระหว่างบริษัทบีอีซีแอลกับ กทพ.เรื่องการปัดเศษค่าผ่านทาง โดย กทพ.ยึดตามที่อัยการสูงสุดมีความเห็นไว้ หากเกินจาก 5 บาท แต่ไม่ถึง 10 บาท ให้คิดเป็น 5 บาท ส่วนบริษัทจะปัดเศษที่เกินมาเป็น 10 บาท ทำให้นำไปสู่ข้อพิพาทการเรียกร้องค่าชดเชยส่วนต่างที่หายไป

รายงาน ข่าวจาก กทพ.กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่าอัตราค่าผ่านทางจะปรับขึ้นจากเดิม 5 บาทในส่วนของโครงข่ายในเมืองของระบบทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 เช่น รถยนต์ 4 ล้อ จาก 45 บาท เป็น 50 บาท เป็นต้น

ส่วนทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ดยังไม่ทราบอัตราที่แน่ชัด แต่ทางบริษัทมีการจัดโปรโมชั่นลดค่าผ่านทางให้กับผู้ใช้ทางตลอดปี ปัจจุบันใช้บริการไปถึงปลายทางที่ด่านบางปะอินจัดเก็บ 45, 90, 135 บาท สำหรับรถยนต์ 4 ล้อ 6-10 ล้อ และมากกว่า 10 ล้อ

ทั้งนี้ หากมีการปรับค่าผ่านทางใหม่ จะทำให้รายได้ค่าผ่านทางของ กทพ.เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยจะเป็นรายได้ของปีงบประมาณ 2557 เป็น 11,000 ล้านบาท จากในปี 2556 คาดว่าจะมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท มีกำไรอยู่ที่ประมาณ 4,800 ล้านบาท เนื่องจากสัดส่วนการแบ่งรายได้ค่าผ่านทางในช่วง 9 ปีสุดท้ายทาง กทพ.จะได้ 60%

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า คงต้องพิจารณาและปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับเอกชนที่ให้มีการปรับขึ้นทุก ๆ 5 ปี แต่จะปรับมากหรือน้อยอยู่ที่การพิจารณาของ กทพ.เนื่องจากหากไม่ปรับค่าผ่านทางให้กับเอกชน ทาง กทพ.จะต้องชดเชยรายได้ให้บริษัท

นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้นำส่งอัตราค่าผ่านทางใหม่ที่จะขอปรับขึ้นตามสัญญาทุก ๆ 5 ปีให้ กทพ.พิจารณาแล้วในส่วนทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อจะประกาศอัตราใหม่วันที่ 1 กันยายนนี้

โดยคาดว่าหลังปรับขึ้นค่าผ่านทางใหม่ จะทำให้ปริมาณการจราจรลดลงเล็กน้อย จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.1 ล้านคัน/วัน และจะทำให้บริษัทมีกำไรในปีนี้กว่า 4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอยู่ที่ 2,254 ล้านบาท เนื่องจากเป็นกำไรจากการลงทุนในบริษัท น้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) ประมาณ 2,800 ล้านบาท และมาจากปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น

"แม้น้ำมันจะแพง แต่ยอดรถมาใช้บริการทางด่วนเพิ่มขึ้นทุกปี ปีนี้คาดว่าจะโตขึ้น 2% โดยเฉพาะโครงข่ายนอกเมืองสายบางปะอิน-ปากเกร็ดที่คนใช้เพิ่มขึ้นมากเฉลี่ย 6 หมื่นกว่าคัน/วัน โดยเฉพาะที่ด่านศรีสมานเพิ่มขึ้น 7% จากปัจจุบัน 7-8 พันคัน/วัน เพราะบ้านจัดสรรใหม่ และคนหนีรถติดตรงถนนแจ้งวัฒนะ เพราะเร็วกว่า" นางพเยาว์กล่าว

Advertisement

Tagged as:

ไม่พบคำค้นสำหรับเนื้อหานี้

แสดงความนิยมสำหรับเนื้อหา

0